ได้ยินแล้วระทวย

ฉลามเขียว : หมั่นไส้ Mark Zuckerberg  

http://www.voicetv.co.th/blog/495877.html

5 มิถุนายน 2560 เวลา 15:21 น.

ฉลามเขียว : หมั่นไส้ Mark Zuckerberg  

ฉลามเขียว : หมั่นไส้ Mark Zuckerberg  

บทความโดย ฉลามเขียว

คอลัมนิสต์ผู้ข้ามยุคจากกระดาษสู่สื่อดิจิทัล

There are people left behind by globalization across the world
มีประชาชนถูกทิ้งไว้ข้างหลังจากผลของโลกาภิวัฒน์ในทั่วโลก

Mark Zuckerberg  เจ้าของ Facebook  อัครโคตรๆ มหาเศรษฐีเบอร์ 5 ของโลก  กล่าวคำนี้เอาไว้ในพิธีที่ตัวเขาได้รับปริญญากิติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด The Alumni Exercises at Harvard's 366th commencement exercises on May 25, 2017 in Cambridge, Massachusetts

ได้ยินแล้วระทวย
เป็นคำกล่าวที่หรูหรามาก  ตัวผมเห็นคุณค่า  เห็นว่าควรค่าแก่การนำมาเป็น “คัมภีร์แห่งชีวิต”  ยึดถือปฏิบัติและเดินตาม  เพื่อจะได้ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง.... ตัวผมชอบคำนี้มาก มันเก๋มาก

ฉลามเขียว ไม่รู้ภาษาอังกฤษ แต่เพราะมีอาจารย์ นักวิชาการหลายคนที่เก่งกาจ  ได้แปลออกมาเป็นไทยเผยแพร่ไว้ในโซเชียลเน็ตเวิร์กในส่วนที่เป็นพื้นที่ของตัวเอง ก็ได้อาศัยอ่านด้วย และขอให้การยอมรับว่า พูดเก่ง  พูดดี  เป็นแนวความคิดที่ดีเยี่ยมจริง

เพราะโลกาภิวัฒน์ จึงทำให้มีประชาชนส่วนหนึ่งทั่วโลกถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และหลายๆคนมุ่งแต่จะทำกิจการบริษัทของตัวเองให้เจริญรุ่งเรือง  เมคมันนี่ให้ได้มากที่สุด  ให้บริษัทมั่นคงที่สุด  ตามค่านิยมดั้งเดิม  ซึ่งชัคเคอร์เบิร์กบอกว่าตัวเขาคิดไปไกลกว่านั้นมากแล้ว  

คิดไว้ 3 วิธีการที่จะสร้างมนุษย์บนโลกใบนี้ให้เกาะเกี่ยวกัน กลายเป็นสังคมเดียวกัน   ที่ยิ่งใหญ่และรับผิดชอบต่อมวลมนุษยชาติ

ผมเองอ่านในส่วนที่แปลเป็นไทยแล้วระทวยครับ  และมโนว่า  ถ้าหากจะมีใครนำคำปราศรัยของซัคเคอร์เบิร์กไปเป็นคัมภีร์แห่งชาติของชาติตัวเองไม่ว่าชาติใดก็ตามก็คงดี  เพราะหัวใจของมันอยู่ที่   เสรีภาพ ความเท่าเทียมที่มนุษย์จะก้าวเดินไปด้วยกัน ในเป้าหมายเดียวกัน

Today I want to talk about three ways to create a world where everyone has a sense of purpose: by taking on big meaningful projects together, by redefining equality so everyone has the freedom to pursue purpose and by building community across the world

ซัคเคอร์เบิร์กบอกด้วยนะว่า  เรามีโอกาสที่จะเป็นมนุษย์ในยุคสิ้นสุดความยากจน สิ้นสุดโรคระบาด  ซึ่งได้ยินอย่างนี้แล้วไม่ระทวยไปด้วยได้ไง

แต่ฟังไปฟังมาผมก็เกิดอาการเป๋ครับ เมื่อชัคเกอร์เบิร์กบอกว่า   นี่คือห้วงเวลาแห่งการต่อสู้ของพวกเรา  ความเข้มแข็งของเสรีภาพ   การเปิดกว้าง ชุมชนโลกที่จะต่อต้านอำนาจนิยม การแบ่งแยก ชาตินิยม  เพื่อการไหลของการค้า และการเข้าเมือง

This is the struggle of our time. The forces of freedom, openness and global community against the forces of authoritarianism, isolationism and nationalism.Forces for the flow of knowledge, trade and immigration against those who would slow them down. This is not a battle of nations, it's a battle of ideas. There are people in every country for global connection and good people against it.

จะให้สู้กับอำนาจรึครับ  ผมไม่เห็นด้วยทันทีเลย  เพราะตัวผมเองเป็นคนขี้กลัวและไม่เคยต่อสู้กับอำนาจใดๆ เป็นนักข่าวประเภทขี้หงอตลอด  จึงต้องตั้งชื่อเรื่องในวันนี้ว่า “หมั่นไส้...มาร์ค ชัคเคอร์เบิร์ก”    โดยเฉพาะตรงที่เขาพูดตอนหนึ่งถึงการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ทันสมัย   ถึงขั้นที่ประชาชนสามารถที่จะลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผ่านระบบออนไลน์

How about modernizing democracy so everyone can vote online, 

ผมไม่เอาด้วยหรอกครับเลือกตั้งออนไลน์  

ผมยังไม่พร้อม  เพราะทุกวันนี้ผมยังปฏิรูปตัวผมเองไม่เสร็จเลย
ขอเวลาปฏิรูปตัวเองให้ครบถ้วน  มีจิตใจประชาธิปไตยผ่องแพ้วแป๊บนึงนะ ชัคเคอร์เบิร์กเอ้ย ...พร้อมจะใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อไหร่แล้วจะส่งข่าวไป

สุดท้ายขอจบลงตรงที่  ผมขอเชิญชวนคนไทยที่แตกฉานภาษาอังกฤษติดตามอ่านคำปราศรัยเต็มในต้นฉบับภาษาอังกฤษด้วยนะครับ  และโหวตให้ผมด้วย  ควรจะนำคำปราศรัยของซัคเคอร์เบิร์กมาเป็นคัมภีร์แห่งชีวิตของตัวเราเองมั๊ย

ฉลามเขียว 
5 มิถุนายน 2560

 


7ความคิดเห็น
  • SPACE

    05 มิ.ย. 2017 - 18:03

    Mark พูดถึงเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดนาซ่าว่า

    เขาภูมิใจที่ได้มาทำหน้าที่ส่งนักบินอวกาศ

    ไปสำรวจจักรวาล

    พูดดีค่ะ

    พูดถึงโอกาส อันไม่เท่าเทียมกัน

    ในการเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย

    ใครบางคนต้องเสียสละมากมาย

    เพื่อให้ผู้ด้อยโอกาส

    ได้เข้าศึกษาหาความรู้

  • payai97

    05 มิ.ย. 2017 - 19:42

    ชัคเกอร์เบิร์กพูดตอนหนึ่ง..เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ 

    และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์..ของเพื่อนร่วมโลก

    ชัคเกอร์เบิร์กอาจได้เห็นสิ่งนั้น..จากประเทศในโลกที่ศิวิไล

    แต่ชัคเกอร์เบิร์กอาจจะผิดหวังอย่างแรง..ที่จะไม่มีวันเห็นในกะลาแลนด์

  • Prem

    05 มิ.ย. 2017 - 20:26

    .....ฉลามเขียว....ความรู้ภาษาอังกฤษของคุณน่ะ....รับรองสู้ไอ้ตูดไม่ได้แน่นอน....เพราะ...มันครูสอนอยู่ที่บ้าน

  • big60

    06 มิ.ย. 2017 - 03:31

    มนุษย์มีความหลากหลาย แตกต่าง ทั้งเชื้อชาติ รูปร่างหน้าตา ความรู้ คุณธรรม ฐานะ ความเป็นอยู่ ไม่มีไครสามารถทำให้มนุษย์ได้ครบทุกอย่างเหมือนกันทุกระเบียดนิ้วได้ แค่สามารถทำให้มนุษย์ทุกคน ได้รับความเสมอภาคกัน ตามฐานะที่ควรได้ โลกก็มีความเจริญสงบสุขแล้ว

    ...

    แต่เพราะมุนษย์กลุ่มหนึ่ง อาศัยการเกาะกลุ่ม มีกำลังมีอาวุธอยู่ในมือ บีบบังคับเอาทุกสิ่งทุกอย่าง ไปไว้ในกลุ่มตนเอง แบ่งสรรปันส่วนกันเฉพาะในกลุ่มตนเองอย่างมากมายมหาศาลเกินความจำเป็นของการมีชีวิตอยู่ ใช้ชีวิตความเป็นอยู่ผลาญทรัพยากรมากเกินความจำเป็น

    ...

    ความขาดแคลนจึงตกอยู่กับคนส่วนใหญ่ของโลก ที่รักสงบสันติ ไม่มีกำลัง ไม่มีอาวุธในมือ ประกอบอาชีพทำมาหากินโดยสุจริต ไม่เบียนกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ตามที่ตนทำได้ กลายเป็นส่วนเกินของโลก ถูกทอดทิ้งให้ผจญชะตากรรม ถูกกดขี่ เอาเปรียบ รังแก ฆ่าฟัน จากกลุ่มคนมีอำนาจมีอาวุธ

    ...

    มนุษย์เองก็ยังพัฒนาไม่พ้นจากความเป็นสัตว์โลกที่ยังกินกันเอง เพียงแต่พัฒนาวิธีกินกันเอง ให้ดูมีอารยะมีคุณธรรมขึ้นเท่านั้นเอง มักยกข้ออ้างสารพัดขึ้นมาก่อนกินกันเองฆ่ากันเอง เพื่อหลอกตนเองให้ดูเหมือนว่า พัฒนาพ้นจากความเป็นสัตว์โลกที่กินกันเองแล้ว แต่ความเป็นจริงก็ยังทำเหมือนกัน

  • payai97

    06 มิ.ย. 2017 - 19:40

    ยกโป้ง

     

    การกระทำของมนุษย์ต่ำช้ากลุ่มหนึ่ง..ที่กินมนุษย์ด้วยกัน

    มันได้พัฒนาจากกินกันแบบดิบๆ..มากินแบบแยบยล กินแบบเนียนๆ 

    เพื่อปกปิดอำพรางความชั่วร้ายของตัวเอง..แต่สุดท้ายผู้คนก็มองออก ถูกจับได้อยู่ดี

  • Chow

    07 มิ.ย. 2017 - 07:38

    จาก..ท่านฉลามเขียว

    How about modernizing democracy so everyone can vote online, 

    ผมไม่เอาด้วยหรอกครับเลือกตั้งออนไลน์  

    ผมยังไม่พร้อม  เพราะทุกวันนี้ผมยังปฏิรูปตัวผมเองไม่เสร็จเลย
    ขอเวลาปฏิรูปตัวเองให้ครบถ้วน  มีจิตใจประชาธิปไตยผ่องแพ้วแป๊บนึงนะ ชัคเคอร์เบิร์กเอ้ย ...พร้อมจะใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อไหร่แล้วจะส่งข่าวไป

    ท่าน ฉลามคงลืมไปกระมังว่า...ที่ Mark Zuckerberg

    พูดนั้น คือโลกของเด็กยุคใหม่ ..ที่พวกเขาจะช่วยกันสร้างขึ้นมา