เศรษฐกิจไทยโชติช่วงชัชวาลย์ ยอดหนี้ไม่ก่อรายได้ หรือหนี้เอ็นพีแอล กระเด้งเพิ่มเป็น 6.5 เปอร์เซ็นต์

ยอดหนี้ไม่ก่อรายได้ หรือหนี้เอ็นพีแอล กระเด้งเพิ่มเป็น 6.5 เปอร์เซ็นต์ 

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/963928

 

คอหวยการเมืองบอกว่า แม่นเหมือนตาเห็นทีเดียว. 

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/964008

 

***************************************************************************************************************

***************************************************************************************************************

 

จัดระเบียบทรัพย์สินวัด ยากยิ่งกว่า'เข็นครกขึ้นภูเขา'

ผมมีข้อเสนอเรื่องการจัดการทรัพย์สินของวัด เพื่อง่ายต่อการบริการจัดการ คิดว่าหากมหาเถรสมาคมตั้งใจจะทำจริงๆ กรรมการมหาเถรสมาคมนั้นแหละทำเป็นแบบอย่างนำร่องก่อน

พุธที่ 7 มิถุนายน 2560 เวลา 10.00 น.

หากผมเป็น กรรมการมหาเถรสมาคม หรือ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ คงน้อยใจไม่ใช่น้อย หลังจากมีมติให้วัดต่างๆ ทั่วประเทศ 30,000 กว่าวัด จัดส่งบัญชีทรัพย์สินของวัดมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แต่จากการเปิดเผยของ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีเพียง 180 วัดเท่านั้นที่ส่งรายการเข้ามา...

เรื่องการส่งรายการทรัพย์สินของวัดมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินี้ ผมถามเจ้าอาวาสหลายรูปบอกส่งให้เรียบร้อยแล้ว ไม่รู้ทำไม ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุว่ามีแค่ 180 วัด แต่ก็อย่างว่าเจ้าอาวาสบางรูปเป็นหลวงตา หลวงปู่แก่ๆ เฝ้าวัดอยู่ในชนบท ก็คงจักยิ่งไม่รู้ บางรูปเห็นเอกสาร ก็ไม่รู้จะต้องทำอย่างไรจะต้องเขียนรายงานอย่างไร เพราะทำไม่เป็น!!

แต่คิดว่าคงมีเจ้าอาวาสประเภทเพิกเฉยไม่สนใจต่อมติมหาเถรสมาคมก็คงมีไม่น้อย ยิ่งมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนากระชับอำนาจต้องให้วัดส่งรายงานเรื่องทรัพย์สินเข้ามา คงมีเจ้าอาวาสบางรูปรู้สึกไม่พอใจ เลยไม่อยากส่ง ทราบว่าบางวัดบ่นขนาดจะจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่าน้ำมันรถ คนงานยังไม่มีเงินเลยแล้วจะเอาอะไรไปรายงาน เรื่องนี้หาก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะทำจริงๆ คงเหนื่อยพอสมควร

ผมมีข้อเสนอเรื่องการจัดการทรัพย์สินของวัด เพื่อง่ายต่อการบริการจัดการ คิดว่าหากมหาเถรสมาคมตั้งใจจะทำจริงๆ กรรมการมหาเถรสมาคมนั้นแหละทำเป็นแบบอย่างนำร่องก่อน เพราะผมดูรายชื่อกรรมการมหาเถรสมาคมแล้ว วัดที่ท่านเป็นเจ้าอาวาสบางวัดคงมีทรัพย์สินหลายร้อยล้านบาท บางวัดทรัพย์สินอยู่ในรูปแบบมูลนิธิบ้าง ในรูปแบบทรัพย์สินประเภทอื่นๆ

เช่น ที่ดินบ้าง เงินฝากบ้าง ดีไม่ดีทรัพย์สินของคณะสงฆ์บางจังหวัดรวมกันแล้วยังน้อยกว่าทรัพย์สินวัดของกรรมการมหาเถรสมาคมบางรูปเลย ความจริง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ น่าจะเปิดเผยรายการชื่อ 180 วัดที่จัดส่งบัญชีทรัพย์สินมาแล้วว่ามีวัดไหนบ้าง สังคมคงอยากรู้เหมือนกันว่า กรรมการมหาเถรสมาคมที่ร่วมกันออกมติจะได้จัดทำบัญชีส่งให้สำนักงานพุทธด้วยหรือไม่?

หลังจากกรรมการมหาเถรสมาคมที่เป็นเจ้าอาวาสจัดการส่งบัญชีทรัพย์สินให้เป็นแบบอย่างแล้ว ขั้นต่อไปค่อยลงไปที่เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะเภอ เจ้าคณะตำบล และเจ้าอาวาส เป็นลำดับต่อไป แบบนี้มันน่าจะดีกว่าที่ออกมติให้ทำพร้อมกันทั้งประเทศ

และที่สำคัญสุด “เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ” เองก็คงจะต้องลงไปให้ความรู้แก่พระสังฆาธิการ ไวยาวัจกร หรือแม้กระทั่งกรรมการวัดด้วย ว่ารายรับจะต้องทำอย่างไร รายจ่ายจะต้องทำอย่างไร สิ้นปีจะต้องสรุปส่งเอกสารให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอะไรบ้าง หากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไม่มีคนเก่งในการอบรมให้ความรู้ด้านบัญชี อาจจะต้องขอหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ เช่น กรมตรวจสอบบัญชี กรมสรรพากร กรมบัญชีกลาง มาช่วยก็คงไม่เหลือบ่ากว่าแรง

หากทำได้ดังนี้คิดว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เองก็คงจะไม่ต้องประจานความล้มเหลวมติมหาเถรสมาคมและตัวของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเองด้วย ดังที่ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธฯ แถลงข่าวว่า หลังจากมหาเถรสมาคมมีมติออกไปแล้ววัด 30,000 กว่าวัด มีวัดส่งบัญชีทรัพย์สินมาแค่ 180 วัด ผมเห็นตัวเลขที่ ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ แถลงแล้วก็อดแปลกไม่ได้ว่า...

ทำไมเจ้าอาวาสพระสังฆาธิการไม่สนใจมติมหาเถรสมาคมบ้างเลย?? สงสัยคณะสงฆ์ชินกับชอบระบบบังคับ...

….....................................

คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง

โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com

ขอบคุณภาพจากเพจวัดสามพระยา, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ...

 

อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/578119


1ความคิดเห็น
Loading...