ไอเรื้อรังกับสาเหตุที่คุณคาดไม่ถึง

ไอเรื้อรังกับสาเหตุที่คุณคาดไม่ถึง

http://www.matichon.co.th/news/advertorial/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%80%E...

วันที่: 29 เม.ย. 59 เวลา: 00:01 น.

          ทุกคนคงเคยมีอาการไอมาก่อน ซึ่งถ้าท่านมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหลชัดเจน ก็คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะนั่นคือ อาการไข้หวัดทั่ว ๆ ไป ซึ่งส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นหลังรับประทานยา และนอนพักผ่อนมาก ๆ ประมาณ 5 วันหลังเริ่มรักษา

          แต่ถ้าท่านมีอาการไอเรื้อรัง หรือเจ็บคอเรื้อรัง โดยได้ไปพบแพทย์หรือรับประทานยาปฏิชีวนะไปหลายครั้ง รักษาแบบภูมิแพ้ก็หลายครั้งแล้ว หรือหลีกเลี่ยงสิ่งที่คิดว่าอาจทำให้แพ้แล้ว แต่อาการก็ยังไม่หายขาด ท่านอาจเป็นจากสาเหตุอื่น เช่น โรคกรดไหลย้อนมาที่กล่องเสียง และคอด้านบนก็ได้ (Laryngo-Pharyngeal Reflux Disease หรือ LPR)

        LPR

          โรคที่เกิดจากมีการไหลย้อนกลับของกรด และน้ำย่อยในกระเพาะอาหารขึ้นมาที่บริเวณส่วนคอด้านบน ทำให้เกิดการระคายเคืองหรือการอักเสบต่อจมูก โพรงไซนัส โพรงอากาศหลังจมูก ช่องคอ กล่องเสียง รวมทั้งหลอดลมและปอดได้

อาการสำคัญที่พบบ่อย คือ

    เสียงแหบเรื้อรัง
    ไอเรื้อรัง
    เหมือนมีก้อนขวางอยู่ในลำคอ
    เสมหะในคอมาก โดยเฉพาะตอนเช้า
    มีความรู้สึกต้องกระแอม หรือขากเสมหะบ่อย ๆ
    บางรายต้องลุกขึ้นมากลางดึกเพราะมีอาการไอ หอบ
    อาจมีอาการกลืนลำบากร่วมด้วย
    อาจมีอาการแสบยอดอกร่วมด้วย แต่พบร่วมด้วยเพียง 30 % เท่านั้น

 

ก่อนจะวินิจฉัยโรคนี้ ต้องแยกจากภาวะโรคอย่างอื่นที่ทำให้มีอาการคล้ายกัน เช่น

    โรคแพ้อากาศหรือแพ้สารระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม
    ไซนัสอักเสบเรื้อรัง
    ไข้หวัด
    ใช้เสียงมาก
    ภาวะเครียด
    นิสัยชอบขากเสมหะ
    สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์

 

การรักษา
1.ให้ความรู้เรื่องอาหาร และการปรับตัว เพื่อป้องกันการเป็นโรคนี้ เช่น

    ควรหลีกเลี่ยงอาหาร และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟหรือชา แอลกอฮอล์ ช็อคโกแลต เปปเปอร์มินต์ เช่น สะระแหน่ กะเพรา โหระพา เพราะเครื่องดื่มและอาหารกลุ่มนี้มักทำให้หูรูดหลอดอาหารทั้งส่วนบน ล่างอ่อนแรง ทำให้ปิดไม่สนิท
    หลีกเลี่ยงน้ำอัดลม โซดา หรือผลไม้หรือน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว อาหารรสเผ็ด หรือมีเครื่องเทศมาก
    ควรงดบุหรี่ เพราะนิโคตินก็ทำให้หูรูดหลอดอาหารอ่อนแรงได้เช่นกัน
    ควรรับประทานอาหารมื้อสุดท้าย ให้ห่างจากการเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
    ไม่ควรออกกำลังกายภายใน 2 ชั่วโมง หลังรับประทานอาหาร
    รับประทานแต่ละมื้อให้น้อยลง แต่บ่อยครั้งขึ้น
    นอนยกศีรษะสูงจากพื้นประมาณ 15 – 20 เซนติเมตร ในรายที่มักมีอาการไอ เสมหะ หอบ ช่วงกลางคืนบ่อย

  2.การใช้ยา ซึ่งมีหลายกลุ่มด้วยกัน เช่น กลุ่มยาลดกรด กลุ่มยาที่กระตุ้นการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร กลุ่มยาที่ป้องกันกรดย้อนที่หลอดอาหาร โดยยาจะจับกับกรด แล้วกลายเป็นลักษณะคล้ายเจลกั้นที่หูรูดระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร

          ในการรักษา ถ้าผู้ป่วยตอบสนองดีต่อการใช้ยา แพทย์จะค่อย ๆ ลดยาลงจนหยุดได้ใน 2 – 6 เดือน แต่ถ้ารับประทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์ระบบทางเดินอาหารเพื่อส่องกล้องตรวจหลอดอาหาร และกระเพาะอาหารต่อ

          ดังนั้น ถ้าท่านมีปัญหา ไอเรื้อรัง หรือเจ็บคอเรื้อรังที่ยังไม่หายขาด แม้ได้รับการรักษาแบบหวัดหรือภูมิแพ้หลายครั้งแล้ว ก็ควรนึกถึงภาวะโรคดังกล่าวนี้ไว้ด้วย


Loading...